ลดความอ้วนแบบ balance food

posted on 27 Oct 2009 17:17 by yattaa in FitandFirm
ลดความอ้วนแบบ balance food (copy มาให้อ่านค่ะ)    
 
1. การลดน้ำหนักวิธีการนี้เรียกว่า Balance Food ค่ะ สามารถทานอาหารได้ทุกอย่างรวมทั้งขนมหวานด้วยค่ะ(หากใครอยากทานขนมหวานหลังมื้ออาหารก็ควรที่จะลดข้าวลงอีกค่ะ เพราะขนมหวานก็คือแป้งอย่างหนึ่งค่ะ) และในแต่ละมื้อควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

2. การทานคาร์โบไฮเดรต 
- มื้อเช้า ให้ทานให้ได้มากที่สุด เช่น 1/2 ทัพพี เป็นต้น 
- มื้อกลางวัน พอประมาณ เช่น 1/4 ของ 1/2 ทัพพี เป็นต้น
- มื้อเย็น น้อยที่สุด เช่น 1 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น

ส่วนการทานโปรตีนจะกลับกันนะคะ
- มื้อเช้า 1/2 ฝ่ามือของตัวเราเอง
- มื้อกลางวัน 3/4 ฝ่ามือของตัวเราเอง
- มื้อเย็น 1 ฝ่ามือของตัวเราเอง

3. การทานอาหารมื้อเช้า ควรทานหลังจากที่ตื่นนอนแล้วภายใน 1 ชั่วโมง ค่ะเพื่อร่างกายจะได้เผาผลาญแคลอรี่อย่างดีที่สุดค่ะ อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก ๆค่ะ ห้ามอดเลยนะคะ
 
4. การทานอาหารในแต่ละมื้อทุกครั้ง ให้ทานอาหารที่เป็นโปรตีนก่อน 2-3 คำแรก เรียกว่า โปรตีน First ค่ะ (ให้ท่องจำไว้เลยค่ะ) จากนั้นค่อยทานอย่างอื่นผสมกันไป เช่น มื้อเช้า ทานกาแฟ ขนมปังปิ้ง หมูย่าง ให้ทานหมูย่างก่อน 2-3 คำ เป็นต้นค่ะ
 
5. แครอท กะหล่ำปลี ห้ามทานสด ๆ ให้นำไปทำให้สุกค่ะ
 
6. ระหว่างที่ลดน้ำหนักน้ำผลไม้ห้ามทานค่ะ เพราะว่ามีน้ำตาลเยอะ หากอยากทานให้ทานเป็นผลไม้สด ๆ จะดีกว่าค่ะ การทานผลไม้ ให้ทานหลังจากการรับประทานอาหารทันทีค่ะ 

7. คนที่มีร่างกายส่วนบนใหญ่ มักจะเกิดจากการทาน แป้งมากเกินไปทำให้ไปสะสมอยู่ที่ร่างกายส่วนบน ส่วนบุคคลที่มีช่วงล่างใหญ่มักจะเกิดจากการทาน อาหารที่มีรสเค็มจัดทำให้เกิดจากบวมน้ำไปสะสมอยู่ที่สะโพก ต้นขา 

8. การทานอาหารในแต่ละมื้ออาหารไม่ควรห่างกันเกิน 4 ชั่วโมง เช่น
มื้อเช้า 8.00 โจ๊กหมูสับใส่ไข่ (ตัวข้าวขอแค่ครึ่งเดียว) ตามด้วยผลไม้ทันที 
มื้อกลางวัน 12.00 ก๋วยเตี๋ยวขอเส้นน้อย ๆ เพิ่มเนื้อสัตว์และผักลงไปค่ะ ตามด้วยผลไม้
อาหารว่าง 15.00-16.00 อาหารว่างให้มีโปรตีน สัดส่วนเป็น 1 ใน 3 ของมื้ออาหารหลัก เช่น นม 1 กล่อง / โยเกิร์ต 1 ถ้วย / KFC นักเก็ต 6 ชิ้น / ไอศกรีมสเวนเซ่น ให้สั่งถั่วอัลมอนด์มาทานก่อนที่จะทานไอศกรีม 2-3 คำก่อนค่ะ เป็นต้น ดูตามความเหมาะสม
มื้อเย็น 18.00 ข้าว 1 ช้อนโต๊ะ หมูย่าง 3 ไม้ ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัดผักต่าง ๆ ตามด้วยผลไม้

หากเป็นบุคคลที่นอนดึกเกิน 22.00 น.ไปแล้วให้ทานมื้อดึกอีก ประมาณ 21.00-22.00 น. แต่ให้เป็นอาหารแบบ LOW FAT LOW SUGAR เช่น นม ไขมัน 0% หรือ โยเกิร์ต ไขมัน 0% เป็นต้นค่ะ

ในแต่ละมื้ออาหารการทานผัก ผลไม้ให้ดูตามความเหมาะสมค่ะ หากมื้อไหนที่เราทานผักมากเกินไปผลไม้ไม่ต้องทานก็ได้ค่ะ เพราะผักและผลไม้อยู่ในกลุ่มหมู่เดียวกันค่ะ 

ระหว่างลดน้ำหนักอยู่ไม่ควรที่จะอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งนะคะ เพราะระบบร่างกายจะรวนเกิดอาการบวมน้ำ ทำให้น้ำหนักไม่ลดลงค่ะ อีกอาการหนึ่งที่ไม่ควรเกิดนะคะ คือ ภาวะอาการเครียดค่ะ จะทำให้น้ำหนักไม่ลงเช่นกันค่ะ

9. ต้องทานอาหารให้ตรงเวลาในแต่ละมื้อ

10. โยเกิร์ต , นม ให้นำมาทานเป็นมื้ออาหารว่าง , มื้อดึก , ทานเสริมไปในกรณีที่ในแต่ละมื้ออาหารมีโปรตีนไม่เพียงพอ

11. การออกกำลังกาย ห้ามออกกำลังกายในขณะท้องว่าง และไม่ควรออกกำลังกายเกิน 12.00 น.
- การออกกำลังกายโดยการวิ่ง หรืออื่น ๆ ที่ต้องใช้แรงหนัก ๆ ให้ทำหลังจากการรับประทานอาหารมื้อเช้าแล้ว 1-2 ชั่วโมง
- การออกกำลังการโดยการเดินมากกว่า 500 ก้าว ต่อวัน หรืออื่น ๆ ที่เบา ๆ เช่น การทำงานบ้าน เป็นต้น ให้ทำหลังจากการทานอาหารมื้อเช้าทันที

12. การทานน้ำก่อนอาหาร ไม่ควรทาน น้ำจะไปขัดขวางการดูดซึมของอาหาร (กรณีนี้สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของระบบการย่อย)

13. ระหว่างที่ลดน้ำหนัก หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ให้ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นจัด 1 แก้วกาแฟ ทันทีเพื่อเป็นการ DETOX สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย ทำทุก ๆ วัน 

14. ผงชูรส , อาหารที่มีรสเค็มจัด , เกลือ ห้ามทาน จะทำให้เกิดอาการบวมน้ำ

15. หากมีอาการหิวเร็วกว่าปกติ คือ หิวก่อนมื้ออาหาร (ประมาณ 4 ชั่วโมง) ให้สันนิษฐานว่า เกิดจากโปรตีนไม่พอ ดังนั้นมื้อต่อไปควรที่จะเพิ่มปริมาณโปรตีนมากขึ้น

16. การรับประทานไข่ ในส่วนของไข่แดงให้ทานได้ไม่เกินวันละ 2 ฟอง ไข่ขาวทานได้ไม่จำกัด

17. หากมีภาวะอาการส่วนท้องบวม ระบบในร่างกายรวน ให้หาวิตามิน B Complex มาทานเสริม และควรเพิ่มโปรตีน เช่น จากที่ทานไข่ 1 ฟองเป็น 2 เป็นต้น

18. หากมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ให้งดทานอาหารที่ทำจากผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุก ๆ ชนิด ถั่วลิสง ถั่วแระ
- มื้อเท้าเย็น ขี้หนาว เวลาที่อยู่ในอากาศเย็น
- ปวดหัวบ่อย / ไมเกรน
- ท้องผูกท้องอืด
- หน้ามืดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- นอนไม่ค่อยหลับ
เนื่องจากไธรอยด์ลดลง ระบบการเผาผลาญต่าง ๆ จะลดลงตามไปด้วย

19. ส่วนสูง – 110 = น้ำหนักมาตรฐาน เช่น นาย เอ สูง168 ดังนั้น 168 – 110 = 58 นายเอสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 58 กิโลกรัม เป็นต้น น้ำหนักนี้ที่คนเราสามารถจะลดได้คือ น้ำหนักมาตรฐาน +/- 5 กิโลกรัม 

20. ระหว่างการลดน้ำหนักให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ให้ได้ประมาณ ชั่วโมงละ 1 แก้ว

21. กรณีอยากทานอย่างเพิ่มเติมให้ทานโปรตีนเข้าไปรองท้องก่อนเสมอ 

22. หลักการทานอาหารวิธีนี้จะต้องกล้าที่จะทานอาหารและต้องรู้จักทานให้เป็นค่ะ

ตัวอย่างรายการอาหาร
  • ราดหน้า (ให้ดูที่มื้ออาหารว่าเราทานมื้อไหน) เอาเส้น 1/2 เดียว เพิ่มเนื้อสัตว์ ผัก ไป
  • หอยทอด ขอหอยเยอะ ๆ ถั่วงอกเยอะ ๆ แป้งน้อย ๆ 
  • ข้าวมันไก่ ข้าวครึ่งจาน เพิ่มไก่ แตงกวาเยอะ ๆ 
  • ข้าวขาหมู ข้าวครึ่งจาน ขาหมูไม่เอาหนัง ไข่ ผักคะน้าเยอะๆ ผักกาดดองไม่เอา
  • แฮมเบอเกอร์ต่าง ๆ เอาขนมปังฝาบนออก 1 ฝา แล้วทานคู่กับสลัดผัก
  • โคสลอยด์ห้ามทาน เพราะเป็นผักกะหล่ำกับแครอทดิบ
  • พิซซ่าฮัท ให้สั่งไก่นิวออลีนมาทานก่อนจากนั้นตามด้วยพิซซ่า 1 ชิ้น
  • ซิซเลอร์ ทานไข่นกกระทาก่อน ประมาณ 5-7 ลูกจากนั้นทานอย่างอื่น ๆ ตาม
  • ไอศกรีม SWENSEN ทานหลังอาหารทันที หรือ ทานเป็นมื้ออาหารว่าง โดยสั่งถั่วอัลมอนด์มาทาน 2-3 คำก่อนจากนั้นตามด้วยไอศกรีม
จากคุณ : Always wrong